หนึ่งในความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดสำหรับธุรกิจที่ทำ การตลาดออนไลน์ คือการบริหารจัดการงบประมาณโฆษณาให้เกิดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) สูงสุด การทุ่มงบประมาณแบบสุ่มสี่สุ่มห้าอาจทำให้เงินทุนรั่วไหลได้ง่าย บริษัท ประดิษฐ์โฆษณา จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้าน กิจกรรมให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ ขอแนะนำกลยุทธ์การจัดสรรงบโฆษณาที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว:
1. กำหนดเป้าหมาย ROI ที่ชัดเจนและวัดผลได้
ก่อนที่จะลงเงินโฆษณาแม้แต่บาทเดียว คุณต้องรู้ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร เช่น ต้องการ ROI 5:1 (ลงทุน 1 บาท ได้ยอดขาย 5 บาท) หรือ Cost Per Acquisition (CPA) ไม่เกิน 200 บาท การกำหนดเป้าหมายเหล่านี้จะกลายเป็นเข็มทิศในการตัดสินใจจัดสรรงบประมาณระหว่าง Google ADS (ที่เน้นการดักจับความต้องการ) และ Facebook ADS (ที่เน้นการสร้างความต้องการ) ซึ่งมีค่า CPA และ Conversion Rate ที่แตกต่างกัน
2. ใช้กฎ 70:20:10 ในการแบ่งงบประมาณ
- 70% (Core Budget): ใช้กับแคมเปญที่ ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด และมีความเสถียร (Proven Campaigns) เช่น Google Search Ads ที่มี Keyword ตรงตัว หรือ Facebook Retargeting Ads
- 20% (Test Budget): ใช้ทดสอบ กลยุทธ์ใหม่ๆ เช่น การทดสอบโฆษณาบน TikTok, การลองใช้ Google Performance Max รูปแบบใหม่ หรือการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย Facebook ที่ไม่เคยใช้มาก่อน
- 10% (Innovation Budget): ใช้สำหรับการ ค้นคว้าและพัฒนา (R&D) เช่น การทดสอบสื่อโฆษณา AI, การลองใช้เทคโนโลยีโฆษณาใหม่ๆ ที่เพิ่งเปิดตัว ซึ่งมีความเสี่ยงสูงแต่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนก้าวกระโดด
3. ปรับงบประมาณตาม 'ช่วงเวลาของลูกค้า' (Customer Journey Stage)
ไม่ใช่งบทั้งหมดจะถูกใช้ในการขายตรง การจัดสรรงบควรสะท้อนถึง Funnel Marketing:
- Awareness (การรับรู้): ใช้ Facebook Ads/YouTube Ads (ใช้เงินน้อยต่อการเข้าถึงมาก)
- Consideration (การพิจารณา): ใช้ Google Display Network/Facebook Traffic Ads (ให้ข้อมูลเพิ่ม)
- Conversion (การตัดสินใจซื้อ): ใช้ Google Search Ads/Facebook Retargeting Ads (ใช้เงินมากต่อการเข้าถึงน้อย แต่ Conversion Rate สูง)
4. วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้วย A/B Testing อย่างต่อเนื่อง
การจัดสรรงบประมาณเป็นการกระทำที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราจะทำการทดสอบ A/B Test อย่างต่อเนื่องกับ Headline, รูปภาพ, วิดีโอ, และ Landing Page เพื่อหาชุดโฆษณาที่ให้ อัตราการคลิกผ่าน (CTR) และ อัตราการแปลง (Conversion Rate) สูงสุด และโยกงบประมาณไปยังชุดโฆษณาที่ทำงานได้ดีกว่า
5. ให้ความสำคัญกับการวัดผลข้ามช่องทาง (Cross-Channel Measurement)
ลูกค้ามักจะเห็นโฆษณาหลายช่องทางก่อนตัดสินใจซื้อ (เช่น เห็น Facebook Ads ก่อนแล้วไปค้นหาใน Google) เราใช้เครื่องมือวิเคราะห์ที่ทันสมัยเพื่อติดตามเส้นทางการซื้อของลูกค้าอย่างแม่นยำ เพื่อให้แน่ใจว่างบประมาณไม่ได้ถูกปันส่วนให้กับช่องทางที่ 'ปิดการขาย' เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงช่องทางที่ 'สร้างการรับรู้' ในช่วงแรกด้วย
สรุป: หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้าน การตลาดออนไลน์ ที่ไม่เพียงแต่รันโฆษณา แต่ยังช่วย ออกแบบเเผนกลยุทธ์ และบริหารงบประมาณโฆษณาของคุณให้เติบโตอย่างยั่งยืนในย่าน วงเวียน 22 กรกฎา หรือทั่วประเทศ โปรดติดต่อ บริษัท ประดิษฐ์โฆษณา จำกัด เราพร้อมที่จะนำความเชี่ยวชาญด้าน Google ADS และ Facebook ADS มาสู่ธุรกิจของคุณ